
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลเป็นทรัพย์สินสำคัญขององค์กร การบริหารจัดการเอกสารให้ปลอดภัยและเป็นระบบจึงเป็นเรื่องจำเป็น ระบบควบคุมเอกสาร ISO (Document Control System) เป็นมาตรฐานที่ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการเอกสารได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร
ระบบควบคุมเอกสาร ISO คืออะไร?
ระบบควบคุมเอกสาร ISO เป็นกระบวนการที่ช่วยบริหารจัดการเอกสารขององค์กรให้เป็นระเบียบ มีความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ระบบนี้ถูกกำหนดขึ้นภายใต้ ISO 9001:2015 และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO 27001 (การจัดการความปลอดภัยของข้อมูล)
วัตถุประสงค์ของระบบควบคุมเอกสาร ISO
ป้องกันการใช้เอกสารที่ล้าสมัยหรือไม่ถูกต้อง
ควบคุมการเข้าถึงเอกสารเพื่อลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูล
เพิ่มความปลอดภัยและความโปร่งใสในการบริหารจัดการเอกสาร
ปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ความปลอดภัยในระบบควบคุมเอกสาร ISO
เพื่อให้การบริหารเอกสารเป็นไปตามมาตรฐาน ISO และปลอดภัยจากภัยคุกคาม องค์กรต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ดังนี้
1. การควบคุมการเข้าถึง (Access Control)
การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเอกสารเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหล
ใช้ระบบ Role-Based Access Control (RBAC) เพื่อกำหนดสิทธิ์ของแต่ละบุคคล
กำหนด ระดับชั้นของการเข้าถึง เช่น “อ่านอย่างเดียว” หรือ “แก้ไขได้”
ใช้ Two-Factor Authentication (2FA) สำหรับการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ
2. การควบคุมเวอร์ชันเอกสาร (Version Control)
ระบบควบคุมเอกสารต้องมีการบันทึกเวอร์ชันของเอกสารทุกครั้งที่มีการแก้ไข เพื่อป้องกันการใช้เอกสารที่ไม่ถูกต้อง
ใช้ Document Numbering System เพื่อกำหนดรหัสเอกสาร
บันทึกวันที่ เวลา และผู้แก้ไขล่าสุด
ตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อมีการอัปเดตเอกสาร
อ่านเพิ่มเติม : ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ในอนาคต | เทรนด์สำคัญที่องค์กรต้องรู้
3. การเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption)
การเข้ารหัสเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
AES-256 (Advanced Encryption Standard) สำหรับการเข้ารหัสไฟล์เอกสาร
SSL/TLS สำหรับการรับ-ส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย
End-to-End Encryption (E2EE) สำหรับการป้องกันข้อมูลในระหว่างการรับส่ง
4. การสำรองข้อมูล (Data Backup & Recovery)
เพื่อป้องกันการสูญหายของเอกสาร องค์กรต้องมีระบบสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
กำหนดให้มีการ สำรองข้อมูลอัตโนมัติ เป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน
ใช้ Cloud Storage ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง เช่น Google Drive, OneDrive หรือ AWS
จัดเก็บข้อมูลสำรองไว้ใน หลายสถานที่ เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
5. การตรวจสอบและติดตามการใช้งานเอกสาร (Audit Trail & Monitoring)
องค์กรควรมีระบบตรวจสอบการเข้าถึงและแก้ไขเอกสาร เพื่อให้สามารถติดตามย้อนหลังได้
ใช้ Log File เพื่อตรวจสอบว่ามีใครเข้าถึงเอกสารเมื่อใด
ติดตั้ง SIEM (Security Information and Event Management) เพื่อแจ้งเตือนเมื่อมีความผิดปกติ
ตรวจสอบเอกสารตามรอบระยะเวลาที่กำหนด (Internal Audit)
ต้องการใช้ระบบ Workflow หรือปรึกษาปัญหาด้านการจัดการเอกสาร
โทร. 02-551-2097 ต่อ 463
วิธีป้องกันข้อมูลรั่วไหลจากระบบควบคุมเอกสาร ISO
1. ใช้ซอฟต์แวร์บริหารจัดการเอกสารที่ปลอดภัย
องค์กรควรเลือกใช้ Document Management System (DMS) ที่มีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัย
การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง
การเข้ารหัสไฟล์เอกสาร
ระบบติดตามและบันทึกการแก้ไขเอกสาร (Audit Log)
อ่านเพิ่มเติม : เคล็ดลับจัดการไฟล์ สำหรับจัดระเบียบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในองค์กร
2. ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับความปลอดภัยของเอกสาร
องค์กรควรมีระบบตรวจสอบการเข้าถึงและแก้ไขเอกสาร เพื่อให้สามารถติดตามย้อนหลังได้
วิธีการจัดการเอกสารตามมาตรฐาน ISO
การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น การหลอกลวงทางอีเมล (Phishing)
นโยบายรักษาความปลอดภัยขององค์กร
3. กำหนดนโยบายรักษาความปลอดภัยเอกสารที่ชัดเจน
องค์กรควรมีนโยบายที่ระบุเกี่ยวกับ
การเข้าถึงและแบ่งปันเอกสาร
วิธีการสำรองและกู้คืนข้อมูล
การจัดเก็บและทำลายเอกสารที่ไม่ใช้งานแล้ว
4. ใช้เทคโนโลยีป้องกันข้อมูลสูญหาย (Data Loss Prevention - DLP)
DLP เป็นระบบที่ช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ โดยสามารถตั้งค่าตรวจจับและบล็อกการส่งข้อมูลที่มีความเสี่ยงออกไปภายนอกองค์กร
5. ทำการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจำ
องค์กรควรมีการตรวจสอบระบบความปลอดภัยของเอกสารอย่างสม่ำเสมอ เช่น:
การทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing)
การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล (Risk Assessment)
ต้องการใช้ระบบ Workflow หรือปรึกษาปัญหาด้านการจัดการเอกสาร
โทร. 02-551-2097 ต่อ 463
สรุป
ระบบควบคุมเอกสาร ISO เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการเอกสารได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหล องค์กรที่นำมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การควบคุมการเข้าถึง, การเข้ารหัส, การสำรองข้อมูล และการตรวจสอบความปลอดภัย มาใช้งานอย่างเหมาะสม จะสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญจากภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การบริหารเอกสารให้เป็นระบบและปลอดภัย ไม่เพียงช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และปกป้องข้อมูลสำคัญจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต